Q-Business (Business Model) เป็น ระบบคิว ขนาดกลางที่เหมาะสำหรับสถานีที่มีบริการรองรับหลากหลายรูปแบบ ซึ่งมีตัวเลือก (Option) เพิ่มขึ้น สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้ Feature การประเมินผลความพึงพอใจการรับบริการ Business Concept เรื่องการแก้ปัญหาเรื่อง Queue โดยการทําของเล่นให้คนถือแล้วพอถึงคิวก็จะมีเสียงร้องดังปิ๊ป ๆ ให้เดินกลับมาแล้ว แต่ที่แปลกใหม่ของ Queue คือ สามารถจองจากที่ไหนก็ได้แล้วให้มาในเวลาที่กําหนด ซึ่งเกิดจุดนี้ได้คงต้องไปคุยกับร้านอาหารไว้แล้วล่ะ ว่าเวลาขั้นตํ่าคือกี่นาทีด้วย ช่วยลดเวลาในการทำงานของร้านอาหารที่ต้องมาจัดการเรื่องคิวเอง ต่อไปก็เพียงแค่ใช้แอพพิเคชั่นตรวจสอบดู

ตัวต่อมาคือ เรื่องของ Report สิ่งที่ผู้บริหารหลาย ๆ ท่านชอบมากคือเรื่องของ Report เพราะมันเป็นสิ่งที่จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่า จะปรับลดส่วนไหนหรือพัฒนาตรงจุดไหนยังไง ส่วนสุดท้ายคือเรื่องของการทําแอพพิเคชั่นลงบนไอแพดหรือ ตู้ Kiosk แล้วให้ร้านอาหารใช้โดยที่ร้านอาหารไม่ต้องลงทุนอะไร เพื่อควบคุมจัดการคิวได้อย่างง่ายดาย ซึ่งต้นทุนพวกนี้ก็คงไปหักลบจากค่าบริการที่ร้านอาหารต้องจ่ายต่อเดือนนั้นเอง ซึ่งส่วนนี้ Queue ก็นําเสนอได้ดี ได้ถูกจุดให้แก่ร้านอาหารต่าง ๆ ที่ต้องการดูผลเข้ามาใช้บริการของร้านอาหาร เพื่อที่จะปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นไปอีก

จากการสังเกตุ Business Model ของ Queque
- VP คือ การแก้ปัญหาเรื่องการจัดการ ระบบคิวร้านอาหาร ที่วุ่นวายทําให้สามารถจัดการได้ง่ายและเพิ่มยอดขายของร้านอาหารโดยการจองผ่านมือถือได้ในทันที
- CS คือ กลุ่มร้านอาหารตามห้างสรรพสินค้าที่ต้องใช้ระบบการจอง เช่น Shabushi, Sukishi, Pizza, MK เป็นต้น
- RS คือ ได้จากการคิดค่าบริการรายเดือนจากร้านอาหาร
- KA คือ การพัฒนาซอฟแวร์ การหาพาร์ทเนอร์ใหม่ ๆ การซ่อมแซมและรับเรื่องร้องเรียนที่เกิดจากการใช้งานและการตลาดเพื่อโปรโมทตัวเอง
- KR คือ นักพัฒนาซอฟแวร์ นักขาย นักการตลาดและอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น Tablet และ ตู้กดบัตรคิว
- KP คือ ผู้ให้บริการระบบ Server, บริษัท Hardware ประกอบตู้, บริษัทขาย Tablet
- CS คือ ค่าจ้างนักพัฒานาซอฟแวร์, การตลาดและพนักงานขาย , ค่าประกอบตู้
- CR คือ เก็บข้อมูลการใช้บริการของร้านอาหารที่มีปัญหาและตอบกลับบริการอย่างรวดเร็วทํา CRM ให้กับบริษัทต่าง ๆ เมื่อมีปัญหา เพราะต้องการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วเพื่อประโยชน์ของร้านค้านั้น ๆ
- CH คือ น่าจะเป็นลักษณะของ B2B ไม่ได้มีการโปรโมทให้กับคนภายนอกหรือตลาดกว้าง ๆ

ดูจากลักษณะของไอเดียของบริษัทแล้ว น่าจะไปได้อีกไกล เพียงแต่มีจุดที่ต้องระวังก็คือ
เรื่องของการให้บริการเมื่อมีปัญหา เพราะลักษณะของธุรกิจบริการเลยต้องแก้ปัญหาให้เร็วให้ทันท่วงที ไม่ชักช้าเป็นวัน เช่น สมมุติถ้าตู้กดบัตรคิวแบบใหม่มีปัญหา เราควรจะมีตู้สํารองเพื่อสลับเปลี่ยนให้ลูกค้าใช้ได้ทันทีไม่ต้องรอเป็นวัน การลดต้นทุนของร้านอาหาร โดยการเลือกที่จะพัฒนาระบบของตัวเอง ทําตู้กดบัตรเอง ทําแอพเอง ซึ่งโดยปกติแล้วผู้บริหารส่วนใหญ่จะเลือกทําเองถ้ามีพลังที่จะทํา เพราะเชื่อเรื่องการตัดต้นทุน